ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์คที่กำลังมาแรงสุดๆ ในฝั่งอีสานเหนือ คงหนีไม่พ้น "หินสามวาฬ" จังหวัดบึงกาฬ สถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ด้วยลักษณะของก้อนหินทรายขนาดมหึมา 3 ก้อนที่ยื่นออกไปหน้าผา เรียงตัวกันดูคล้ายกับฝูงวาฬ พ่อ แม่ ลูก กำลังว่ายน้ำอยู่กลางมหาสมุทรป่าไม้เขียวขจี อายุอานามของก้อนหินพวกนี้ปาเข้าไปถึง 75 ล้านปีเลยทีเดียว!
การเดินทางขึ้นมาชมหินสามวาฬนั้นไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวขึ้นไปเองครับ ต้องจอดรถไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแล้วใช้บริการรถกระบะโฟร์วีลของเจ้าหน้าที่หรือวิสาหกิจชุมชน ทางขึ้นค่อนข้างวิบากนิดหน่อย แต่รับรองว่าสนุกและคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน พอขึ้นมาถึงยอดภูสิงห์และเดินเท้าต่ออีกนิด ภาพที่เห็นตรงหน้าคือความยิ่งใหญ่อลังการของหินวาฬพ่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สามารถขึ้นไปยืนถ่ายรูปได้ วิวแบบพาโนรามาที่มองเห็นผืนป่าทอดยาวไปจนถึงแม่น้ำโขงและฝั่งสปป.ลาว เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ ยิ่งถ้ามาช่วงหน้าหนาวตอนเช้าตรู่ จะมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกลอยละล่องอยู่เบื้องล่างด้วย
นอกจากการชมวิวถ่ายรูปแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีจุดน่าสนใจอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวถ้ำฤาษี ลานธรรม และหินช้าง ซึ่งแต่ละจุดก็มีความสวยงามแปลกตาแตกต่างกันไป เรียกว่ามาที่เดียวได้เที่ยวคุ้มเลยครับ แนะนำให้เตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มมาด้วย เพราะด้านบนแดดค่อนข้างแรงและไม่มีร้านค้าบริการ
และที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับทริปนี้ คือการเปิดแอปพลิเคชัน Pinnear ขึ้นมาเป็นผู้ช่วยนำทางและค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวลับๆ ระหว่างทางครับ เพราะนอกจากจะมีหมุดแลนด์มาร์คเด็ดๆ ให้เราขับรถตามรอยได้ง่ายๆ แล้ว เมื่อเดินทางไปถึงสถานที่ท่องเที่ยว เรายังสามารถกดเช็คอินผ่านแอปเพื่อรับ Pin coin และ Pin gem สะสมไว้แลกของรางวัลสุดพิเศษได้อีกด้วย! เรียกว่าได้ทั้งเสพธรรมชาติหลักล้าน ถ่ายรูปสวยๆ แล้วยังได้สะสมของรางวัลฟรีๆ กลับบ้านไปอีก โหลด Pinnear ติดเครื่องไว้เลย คุ้มแน่นอน!